Categories
Uncategorized

เงินซื้อความสุขไม่ได้จริงเหรอ?

ทุกวันนี้ความสุขของเรามาในรูปแบบไหนกันนะ?

          บางคนบอกว่าต้องร่ำรวยสิถึงจะมีความสุข เงินสามารถใช้แลกได้ทุกอย่างแหละ แต่คนมีเงินกลับออกมาแย้งว่า การมีเงินมากมายไม่ได้ทำให้มีความสุขนะ มันซื้อความสุขไม่ได้เลยในความคิดของพวกเขา ถ้าอย่างนั้นในความเป็นจริง ความสุขต้องแลกมาด้วยอะไรล่ะ ตัวแปรหลักๆ สองตัวในสมการนี้คือ เงิน และ ความสุข ซึ่งเรามาทำความเข้าใจกับสองสิ่งนี้กันก่อนดีกว่า

          เงิน (money) คืออะไร? มีหน้าที่สำคัญอย่างไร?                

          เงิน คือ สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นและให้คำนิยามว่าเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ มีมูลค่าในตัวมันเองที่ถูกต้องตามกฎหมาย มีมาตรฐานในการวัดเป็น บาท (สำหรับประเทศไทย) ใช้ในการชำระหนี้สิน อำนวยความสะดวก หรือตอบสนองความต้องการอื่นๆ ของผู้ถือครอง และหากชี้แจงลึกลงไปอีกหน่อย เงินทำให้มีการขยายตัวในการซื้อ-ขายสินค้าและบริการ มีผลต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมาก

           ความสุขถูกนิยามว่าอย่างไร?

           อ้างอิงจากพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 นิยาม ความสุข หรือ สุข ว่า “น. ความสบายกายสบายใจ…” คือความรู้สึกหรืออารมณ์ประเภทหนึ่ง มีหลายระดับตั้งแต่ความสบายใจเล็กน้อยหรือความพอใจจนถึงความเพลิดเพลินหรือเต็มไปด้วยความสนุก มีการใช้แนวความคิดทางปรัชญา ศาสนา จิตวิทยา ชีววิทยาอธิบายความหมายของความสุข รวมถึงสิ่งที่ทำให้เกิดความสุข

Happiness
ความสุขมักถูกแสดงออกผ่านรอยยิ้ม

          ซึ่งจากความหมายของตัวแปรสองอย่างนี้ เงินเป็นสิ่งที่แน่นอนและคงที่กว่ามาก หากเปรียบเทียบกับอารมณ์ของมนุษย์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ความสุขแปรผันโดยตรงกับความชอบของเราเสมอ ลองสังเกตพฤติกรรมของตัวเองว่าเราชอบทานอะไร ผลไม้อะไร ผักอะไร หรือเราชอบทำอะไรในเวลาว่าง ชอบทำงานด้านไหน ชอบคิดเกี่ยวกับเรื่องอะไรเป็นพิเศษ และความทุกข์ก็เช่นกัน การทำอะไรที่เราไม่ชอบมักทำให้เราไม่มีความสุข กินอะไรที่ไม่ชอบหรือไม่อร่อยก็ไม่มีความสุข ดังนั้นถ้าจะให้พูดกันง่ายๆ ความสุขที่แท้จริงเป็นปัจเจก เราทำตามใจตัวเอง สนองความต้องการตัวเองทั้งสิ้น

Categories
Uncategorized

การทำงานที่มีความหมายสำหรับคุณหมายถึงอะไร?

การทำงานสร้างความหมายอะไรให้กับคุณ?

          เคยตั้งคำถามบ้างไหม ว่างานที่เราทำให้ความหมายอะไรกับเราบ้าง เพราะการทำงานหนักทำให้เกิดความเหนื่อย ความเครียด ความรู้สึกวิตกกังวลต่างๆ ที่อาจตามมามากมาย สิ่งตอบแทนที่เราได้คืออะไร ผลกำไรหรือเงินคือความหมายของการทำงานใช่หรือไม่

          หากลองคิดเล่นๆ ว่าการทำงานที่มีความหมายคือการทำงานที่ได้ผลตอบแทนเป็นตัวเงินจำนวนหนึ่งที่ดี คนก็คงจะพุ่งเข้าหาแต่งานที่เงินเยอะกันทั้งนั้น ในความเป็นจริงผลลัพธ์จากการทำงานที่ได้ก็ต้องมีมากกว่าเงินอยู่แล้วล่ะ เราได้ฝึกทักษะ พัฒนาสมองจากการคิด วิเคราะห์ หาทางแก้ไขปัญหาทีเกิดขึ้น แต่ความหมายที่ว่านี้อาจจะไม่ได้หมายถึงการให้ความหมายของตัวเองต่องานเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความหมายของงานต่อคนอื่นๆ อีกด้วย

งานที่คุณทำช่วยให้สังคมน่าอยู่ขึ้นไหม?

           คุณจะสามารถหางานที่เงินดีและมีความหมายต่อคนอื่นได้อย่างไรล่ะ พูดมาถึงตรงนี้ ความหมายของการทำงานจริงๆคือการทำเพื่อตัวเอง เพื่อการอยู่รอด หรือเพื่อคนอื่นกันแน่นะ

          PayScale สำรวจคนทำงานกว่า 2 ล้านคนว่าพวกเขาคิดว่างานที่ทำอยู่ช่วยให้สังคมน่าอยู่หรือเปล่า ผลตอบแทนคุ้มค่าแค่ไหน และจาก the interactive chart นี้แสดงผลว่า งานที่มีความหมายและผลตอบแทนดีมากสองสายงานที่ใกล้เคียงกันคือ งานด้านการแพทย์ เช่น อายุรแพทย์ และ ศัลยแพทย์ (ค่าเงินเดือนมัธยฐานอยู่ที่ $304,000) และ งานด้านการศึกษา ภาษาอังกฤษและวรรณคดี ส่วนงานที่ได้รับการโหวตให้เป็นงานที่มีคุณค่ามากที่สุดถึง 98 เปอร์เซ็นต์ก็คือ นักบวช (ผู้ปฏิบัติตนทางศาสนาทั้งหมด)

ศึกษาข้อมูลจาก dashboard เพิ่มเติ่มได้ที่ The Most and Least Meaningful Jobs

            จากการกล่างถึงสายงานสองอันดับสูงสุดไปแล้ว ก็มาถึงสองประเภทงานที่ได้รับการโหวตว่าเป็นงานที่มีคุณค่าในการช่วยเหลือสังคมน้อยที่สุด ได้แก่ งานจัดเตรียมอาหาร และงานด้านการบริการและการขาย แต่ก็ยังมีงานอื่นๆ อีกเช่นกันที่พวกเขาคิดว่างานที่ทำไม่ได้ช่วยโลกหรือสังคมในด้านใดเลย ยกตัวอย่างเช่น พนักงานบริการที่จอดรถ และ พนักงานระกอบอาหารจำพวกฟาสต์ฟู้ด ยังคิดว่าอาชีพของพวกเขาอาจจะทำให้โลกน่าอยู่น้อยกว่าเดิมซะด้วยซ้ำ

          ผลจากการสำรวจนี้เป็นเพียงความคิดเห็นจากคนส่วนน้อยเท่านั้น ไม่ได้ตัดสินความจริงทั้งหมดว่างานที่ทำแล้วมีคุณค่าจริงๆ คืองานอะไร หรือจริงๆแล้วงานทุกงานก็มีคุณค่าในตัวมันหรือเปล่านะ เพราะทุกการทำงานของเรา มีคนได้ประโยชน์จากมันเสมอไม่มากก็น้อย แต่พอพูดถึงประโยชน์ที่ได้จากงาน ก็คงไม่ใช่ทุกคนอีกนั่นล่ะที่จะได้ประโยชน์จริงๆ เพราะบางคนได้ ผลประโยชน์ ไม่ใช่แค่ประโยชน์เฉยๆ ยกตัวอย่าง การตลาดของร้านสะดวกซื้อชื่อดังที่พบได้ทั่วไป ในเรื่องของการวางจำหน่ายสินค้าเฉพาะ หรือที่เรียกว่า Only at คือสินค้าตัวนั้นๆ จะวางขายแค่ที่ร้านสะดวกซื้อชื่อนี้เท่านั้น สิ่งตอบแทนที่ได้จากการวางการตลาดแบบนี้คืออะไร ใครเป็นผู้รับประโยชน์หรือผลประโยชน์อะไรบ้าง ซึ่งนี่ก็เป็นหนึ่งในคำถามชวนคิดต่อยอดได้ หากผู้อ่านรู้สึกสงสัยว่าข้อแตกต่างของสองคำนี้คืออะไร

          หากให้ลองยกตัวอย่างอาชีพที่เห็นคุณค่าในตัวมันชัดๆ ก็คงจะเป็นงานด้านการศึกษา เพราะการศึกษาให้ความรู้ ความคิดต่อทั้งผู้สอนและผู้เรียน มีการพัฒนาเกิดขึ้นให้เห็นชัดเจนจากพฤติกรรม นิสัย ทัศนคติ และการปลูกฝังความรู้สึกนึกคิดใหม่ๆ จากสิ่งรอบข้างบวกกับความรู้เดิมซึ่งเหมือนเป็นสมการหนึ่งในผลลัพธ์ ดังนั้นจะบอกว่าผู้สอนเป็นทั้งหมดของคุณค่าในตัวคนๆหนึ่งไม่ได้ เพราะอาชีพเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น หรือ กับบางคนอาจจะเป็นส่วนใหญ่เลยก็ได้ อยู่ที่องค์ประกอบอื่นๆที่กระทบต่อสมการเช่นกัน

          ดังนั้นคำว่า คุณค่าของงาน คือ งานที่ให้คุณค่าในตัวของบุคคลเองและสามารถส่งต่อหรือเพิ่มเติมให้คนอื่นได้เช่นกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การทำงานที่ไม่ได้ให้คุณค่าในตัวบุคคลอื่นหรือสังคมไม่ได้หมายความว่างานของคุณไม่น่าทำ หรือเป็นงานที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์เลย ทุกสายงานล้วนมีประโยชน์ที่ได้รับจากเนื้องานเองด้วยกันทั้งสิ้น เพียงแต่บทความนี้จะชี้ให้เห็นถึงผลลัพธ์ของงานที่ส่งต่อถึงบุคคลอื่นได้เท่านั้น เพื่อให้ผู้อ่านนำแนวคิดตรงนี้ไปศึกษาหาความชอบของตัวเองต่อ หากยังลังเลว่างานประเภทไหนที่อาจจะเหมาะหรือไม่เหมาะกับคุณกันแน่ หวังว่าบทความนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของการมองเห็นอนาคตของตนเองและสังคมนะคะ 🙂

Categories
Uncategorized

สิ่งมีชีวิตที่เป็นมากกว่าสัตว์เลี้ยง

          การอ่านบทความนี้อาจทำให้คุณหลงรักสัตว์เลี้ยงที่แสนดีของคุณเพิ่มมากขึ้นไปอีก หรือหากพวกมันยังไม่อยู่ในความคิดของคุณแม้แต่นิด แต่เนื้อความในนี้อาจจทำให้คุณรู้สึกอะไรบ้างอย่างไม่มากก็น้อย 🙂

          สัตว์เลี้ยง เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีสัญชาตญาณความเป็นมิตรในสายเลือดกับมนุษย์มาอย่างยาวนาน จริงๆ แล้ว พวกมันอาจจะไม่ได้เป็นมิตรมาตั้งแต่แรก แต่สัญชาตญาณในตัวเหล่านี้สามารถถูกฝึกให้อยู่ในระเบียบวินัยได้อย่างเหลือเชื่อ เพราะความฉลาด และการมีความรู้สึกนิดคิดได้เองเหมือนกับการเลี้ยงมนุษย์คนหนึ่งเลยก็ว่าได้!

          การหาสัตว์เลี้ยงเป็นที่นิยมเสมอมาและอาจมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อโลกเข้าสู่ช่วงเชื้อไวรัสระบาดอย่างตอนนี้และผู้คนไม่สามารถออกไปใช้ชีวิตได้โดยอิสระอย่างที่เคยเป็น พวกมันจึงกลายมาเป็นเพื่อนคลายเหงาของพวกเขาในยามวิกฤต แต่เรื่องที่น่าเศร้าคือเจ้าพวกสัตว์เหล่านี้จำนวนไม่น้อยเลยเช่นกันที่อาจถูกทอดทิ้งเพราะพิษเศรษฐกิจ ดังนั้นการเลี้ยงพวกมันจึงไม่เหมือนกับการซื้อของเล่นชั่วคราว ที่พอหมดความสนใจในของสิ่งนั้นก็สลัดทิ้งไป

          การเลี้ยงสัตว์ก็เหมือนการเลี้ยงมนุษย์คนหนึ่ง ทุกสิ่งทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิตต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่ถึงจะเติบโตและพัฒนาได้อย่างดีและงดงาม ไม่ว่าจะเป็น พืชที่ต้องได้รับการหมั่นรดน้ำหรือใส่ปุ๋ยเพื่อเพิ่มแร่ธาตุในดิน อาคารบ้านเรือนที่ต้องวางแผนการก่อสร้างอย่างรอบคอบถึงจะตั้งได้นานและมั่นคง แต่ก็ยังต้องคอยทำนุบำรุงอยู่เสมอ การมีสัตว์เลี้ยงก็เช่นเดียวกัน ความรู้สึกและการเอาใจใส่ของผู้เลี้ยงส่งผลโดยตรงต่อสัตว์เลี้ยงของคุณ พวกมันสามารถสัมผัสความจริงใจจากคุณได้เหมือนเพื่อนคนหนึ่งเลยล่ะ

          ข้อมูลจาก the Pet Food Manufacturers’ Association (PFMA) ปี 2019 แสดงให้เห็นว่า การสำรวจในช่วงล่าสุดของรัฐบาลพบว่าประชากรกว่า 77% ในช่วงอายุ 16-34 ปี ที่บางครั้งจะรู้สึกเศร้าหรือโดดเดี่ยว และความรู้สึกนี้ส่งผลมากขึ้นไปอีกเมื่ออายุมากกว่า 50 ปี แต่ไม่ว่าคุณจะอยู่ในช่วงอายุเท่าไร สัตว์เลี้ยงก็เป็นเรื่องที่ดีสำหรับคุณในหลายๆด้าน ให้ความเป็นมิตรเหมือนเพื่อน ช่วยให้คุณผ่อนคลาย ลดระดับความเครียด และค่อยๆ สอนให้เราซึมซับความสงบ สัตว์เลี้ยงยังช่วยให้เจ้าของรู้สึกกระตือรือร้น มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ช่วยให้ความรู้สึกถึงจุดมุ่งหมาย และส่งเสริมคุณค่าในตัวเอง

          ทุกวันนี้คนเรามองหาวิธีบรรเทาความเครียดที่หลากหลายมากขึ้น การทำให้ชีวิตมีความสุขขึ้นและผ่อนคลายมากขึ้น ในความเป็นจริง  62% ของช่วงอายุ 16-24 ปีบ่งบอกว่าพวกเขาทำสิ่งเหล่านี้เป็นปกติน้อยมากถ้าเทียบกับเวลาว่างที่มี และสรุปได้ว่าคนรุ่นมิลเลนเนียลส์ หรือ Gen Y มีความต้องการมีลูกในช่วงวัยอายุที่มากขึ้น สัตว์เลี้ยงจึงกลายมาเป็นมิตรที่ดีของพวกเขา

          อีกทั้งพวกมันยังช่วยจัดสรรกิจวัตรประจำวันให้ เป็นเพื่อนที่ไม่ตัดสินหรือยึดตนเองเป็นมาตรฐาน ให้เหตุผลแก่ผู้เลี้ยงในการออกกำลังกายให้สนุกไปพร้อมๆ กัน ให้ความมั่นคงแน่วแน่ในย่างก้าวไวๆ ที่เปลี่ยนแปลงโลก (ทั้งใบของคุณ)

          ในบทความนี้จะไม่พูดถึงสัตว์ติดอันดับทั้งสิบนะคะ แต่จะหยิบยกมาอ้างถึงแค่ 2 ชนิดเท่านั้น อันดับแรกของสัตว์เลี้ยงสุดฮิตจะเป็นตัวไหนไปไม่ได้นอกจาก สุนัข

ทำไมสุนัขถึงเป็นสัตว์เลี้ยงที่คนนิยมเลี้ยงที่สุดกันนะ?

          จากประสบการณ์ส่วนตัวที่ยังไม่เคยเลี้ยงสัตว์และชอบสุนัขเป็นพิเศษนะคะ มองว่าสุนัขเป็นสัตว์ที่แสดงความรู้สึกต่อผู้เลี้ยงได้อย่างชัดเจนและปฏิกิริยาตอบสนองว่องไวจนเราเองต้องตื่นตัวตามไปด้วย ยกตัวอย่างเช่น หากเราออกไปทำงานทั้งวันและกลับมาบ้าน สิ่งที่เจ้าพวกนี้จะทำคือการกระโจนใส่หรือกระดิกหางไปมาด้วยความร่าเริงและดีใจ การกระทำเหลานี้ส่งผลทันทีต่อตัวผู้เลี้ยงเอง ทำให้เรารู้สึกกระตือรือร้นตามไปด้วย

          นอกจากนี้ สุนัขยังนับเป็นสัตว์ที่มีความซื่อสัตย์ต่อมนุษย์มากที่สุดอีกด้วย คนจำนวนมากจึงนิยมเลี้ยงไว้เพื่อเฝ้าบ้าน เพราะเมื่อพวกมันได้กลิ่นอันตรายหรือสิ่งผิดปกติที่อาจจะเกิดขึ้นกับเจ้าของ สุนัขจะทำหน้าที่ปกป้องพวกเขาได้อย่างดี หากลองมองลึกเข้าไปในหัวใจของน้องหมา ธรรมชาติของพวกมันจะอยู่ร่วมกันเป็นฝูงและมีความจงรักภักดีต่อจ่าฝูงอยู่ในสัญชาตญาณและสายเลือดอยู่แล้ว ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้สุนัขแสดงออกถึงความรู้สึกรัก ความซื่อสัตย์ และความจงรักภักดีเมื่อเกิดความไว้ใจหรือต้องอยู่ร่วมกับผู้อื่น

ความซื่อสัตย์เป็นสิ่งที่เงินซื้อไม่ได้ แม้แต่กับมนุษย์ด้วยกัน ดังนั้นมันจึงสำคัญอย่างมากต่อจิตใจของทั้งสองฝ่ายที่ซึ่งถ้าอยากได้มาครอบครองก็ต้องแลกด้วยความเชื่อใจ ความไว้ใจกลับไปเหมือนกัน

          อีกหนึ่งสัตว์เลี้ยงยอดฮิตที่จะไม่เอ่ยถึงไม่ได้เลยคงจะเป็น แมว

          มีเหตุผลดีๆ อะไรบ้างนะที่สามารถทำให้มนุษย์อย่างเรายอมตกไปเป็นทาสของสัตว์เลี้ยงชนิดนี้อย่างเต็มใจ เพราะหากคุณเป็นหนึ่งคนที่มองไม่เห็นว่าเจ้าเหมียวให้อะไรตอบแทนผู้เลี้ยงบ้างนอกจากท่าทางอันแสนเย่อหยิ่งเหล่านั้น บทความนี้อาจทำให้คุณต้องกลับไปทบทวนความคิดเสียใหม่เลยก็ว่าได้

          เริ่มต้นจากปัญหาสุขภาพทั้งจิตใจและปัญหาทางกายที่รักษาได้ด้วยแมว การวิจัยพบว่าผู้ที่เลี้ยงแมวจะมีระดับความเครียดน้อยกว่าผู้ที่ไม่ได้เลี้ยงถึง 30% ซึ่งความเครียดเป็นสาเหตุของโรคหัวใจ ดังนั้นการเลี้ยงแมวจะช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจได้ ความสามารถอีกอย่างที่ในด้านสุขภาพที่หาจากสัตว์เลี้ยงตัวอื่นไม่ได้เลยคือ เสียงครางของน้องเหมียวนั้นช่วยรักษากระดูกและกล้ามเนื้อ ดีเลยใช่ไหมคะ แค่พวกมันส่งเสียงก็เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของคุณไปด้วย

นอกจากลดความเครียดแล้ว เจ้าแมวยังช่วยทำให้คุณหลับสบายอีกด้วย หลายวิจัยพบว่าผู้เลี้ยงหลายคนโดยเฉพาะผู้หญิง ชอบที่จะนอนกับแมวมากกว่านอนกับแฟนเสียอีก แต่ก็มีวิจัยล่าสุดที่พบว่า 41% ของกลุ่มตัวอย่างชอบนอนกับสัตว์เลี้ยงไม่ว่าจะเป็นหมาหรือแมว ส่วนอีก 20% บอกว่า เจ้าสัตว์เลี้ยงสี่ขาพวกนี้ชอบกวนจนพวกเขานอนไม่ได้

          ดังนั้น ไม่ว่าสัตว์ของคุณจะนิสัยเป็นอย่างไร การเอาใจใส่และการดูแลของคุณเป็นตัวส่งผลให้สัตว์เลี้ยงของคุณเองน่ารัก น่าเอ็นดูในสายตาเจ้าของและคนรอบข้างอยู่เสมอ พวกมันก็เป็นสิ่งมีชีวิตหนึ่งชีวิตที่ต้องได้การรับผิดชอบในด้านที่ดีๆ เพราะพวกมันเหล่านั้นจะให้สิ่งมหัศจรรย์แก่คุณคืนกลับไปแน่นอน จงอย่าลืมรักพวกมันเหมือนเพื่อน เหมือนครอบครัวนะคะ 🙂